วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

ขอให้ประเทศไทยสงบสุข


                                                ขอให้ประเทศไทยสงบสุข

               เนื่องจากประเทศไทย ณ ตอนนี้กำลังประสบกับปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมือง อาจสืบเนื่่องมาจากความขัดแย้ง ซึ่งก็เป็นปรากฏการณ์หนึ่งในสังคมที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะตราบใดที่มนุษย์เรายังอยู่ร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน หรือสาเหตุของปัญหาอาจมาจากนักการเมืองที่ขาดความสามัคคีในการทำหน้าที่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้และทุกๆครั้งที่ผ่านมา

               ในช่วง 3 ปีที่ผานมาได้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง เกิดการพลิกขั้วของการต่อสู้และการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เกิดการประท้วงของกลุ่มพันธมิตร (เสื้อสีเหลือง) และการประท้วงของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (เสื้อสีแดง) ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งในสังคมไทยที่รุนแรงและยืดเยื้อ มีการแบ่งฝ่าย แบ่งสี ออกจากกันอย่างเด่นชัด สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยเรากำลังเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมืองในระดับที่รุนแรงมากขึ้น จากการขัดแย้งในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเมืองขึ้นอีกครั้งอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวก็ส่งกระทบไปยังหลายๆฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจเนื่องมาจากการยืดเยื้อของการชุมนุม ปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งดิฉันคิดว่าถ้าปล่อยให้เหตุการณ์ดังกล่าวยืดเยื้อไปมากกว่านี้ อาจจะส่งผลให้ประเทศไทยของเราขาดความเชื่อมั่นจากประเทศต่างๆ ดังนั้น หากคนไทยยังแบ่งพรรคแบ่งพวกขาดความสามัคคี ขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ประเทศไทยของเราก็คงไม่มีทางจะสงบสุข ในฐานะที่ดิฉันก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งก็อยากเป็นประไทยของเรากลับมาเป็นสยามเมืองยิ้มอย่างที่เคยเป็นมา ให้สมกับที่บรรพบุรุษไทยของเราได้เสียเลือดเสียเนื้อกอบกู้เอกราชให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จวบจนถึงปัจจุบันนี้ ดิฉันจึงอยากจะน้อมเอาพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เคยพระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2532 ให้เราคนไทยได้คิดไตร่ตรองทุกเหตุการณ์อย่างมีสติ 
"ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้องสองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทยที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระและเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน " จากพระราชดำรัสนี้อาจจะช่วยให้คนไทยเกิดความรักและสามัคคีกันมากยิ่งขึ้นก็ได้

               การที่ประเทศไทยของเราจะผ่านวิกฤตการณ์ทางการเมืองนี้ได้ ก็ขึ้นอยู่กับเราทุกคน ทุกฝ่าย ถ้าแต่ละฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ใช้เหตุผลในการตัดสินปัญหา ยึดประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ปัญหาต่างๆก็จะจบลงด้วยดี แต่ถ้าคนไทยยังทะเลาะกันเฉียดเช่นทุกวันนี้ ประเทศไทยของเราก็คงจะแพ้ภัยจากประเทศต่าง ดังบทกลอนที่ว่า
                                       " ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง
                                         แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ขมเหง
                                         ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง
                                         จะร้องเพลงชาติไทยใครฟัง "







นางสาวรัตน์มิกา  จูมสูงเนิน  รหัส 55113400175 ตอนเรียน D1

วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556


อัตชีวประวัติ

ดิฉันชื่อนางสาวรัตน์มิกา  จูมสูงเนิน  เกิดเมื่อวันที่  21  เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2536  ปัจจุบันอายุ 20 ปี  มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 2 คน  คือ นายกษิ จูมสูงเนิน  อายุ 18 ปี และตัวดิฉันเอง   บิดาชื่อนายพิทักษ์ จูมสูงเนิน อายุ 54 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป มารดาชื่อนางเพชรมณี จูมสูงเนิน   อายุ 48 ปี  ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป

ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 286 หมู่ 7 ตำบลบ้านเพชร อำภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ  เข้าศึกษาในระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนเพชรราษฎ์สามัคคี จังหวัดชัยภูมิ ได้เข้าศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 ที่โรงเรียนเพชรวิทยาคาร จังหวัดชัยภูมิ  ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่คณะครุศาสตร์ สาขาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  ดิฉันเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น มีทั้งพ่อ แม่ พี่ ป้า น้า อา ยา ยาย ซึ่งถือได้ว่าเป็นครอบครัวใหญ่ พ่อของดิฉันมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ส่วนแม่ก็มีอาชีพค้าขาย  แม่เริ่มค้าขายเมื่อตอนที่ดิฉันประมาณ 8 ขวบ หลังเลิกเรียนทุกวันดิฉันต้องรีบกลับบ้านไปช่วยแม่ขายของที่ตลาด กลับจากตลาดก็ประมาณ 1 ทุ่ม ไม่ค่อยได้ออกไปเล่นข้างนอกกับเพื่อนๆเท่าไหร่ ส่วนเรื่องเรียนดิฉันก็เต็มที่ไม่เคยทิ้ง ทำกิจกรรมทุกอย่างของโรงเรียนเมื่อได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะเป็นแข่งทักษะวิชาการ กีฬา การแสดง ซึ่งมันทำให้ดิฉันได้ประสบการณ์มากมายจากการเรียนและการทำกิจกรรม ในโรงเรียนประถมศึกษาแห่งนี้ เมื่อเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา แน่นอนว่าเรียนก็เริ่มหนัก เพื่อนก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตมากขึ้น ความรับผิดชอบก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน จากการเรียนแค่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ก็เพิ่มมาเรียนพิเศษทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่ดิฉันก็ยังต้องไปช่วยแม่ขายของที่ตลาดทุกเย็น เพื่อนชวนไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยได้ไปกับเพื่อน ชีวิตเหมือนอยู่แต่ในกรอบ ไปไหนมาไหนพ่อก็ต้องคอยไปรับไปส่ง มีแค่เรียนกับช่วยแม่ขายของ  บางครั้งก็แอบน้อยใจที่ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน ไม่ค่อยได้ออกไปเล่นกับเพื่อนๆ แต่พอโตขึ้นดิฉันก็เริ่มเข้าใจชีวิตตัวเองมากขึ้น เริ่มเข้าใจพ่อกับแม่ เริ่มเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง  การที่ดิฉันตั้งใจผลออกมาก็ทำให้ดิฉันและครอบครัวภาคภูมิใจ และการที่ดิฉันได้ไปช่วยแม่ขายของตลาดตั้งแต่เด็กจนโต  มันทำให้ดิฉันได้รู้จักคนหลายรูปแบบ ได้รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รู้จักการเจรจากับผู้ใหญ่ รู้จักการวางตัว จากที่ดิฉันเคยคิดมาตลอดว่า เรียนก็หนักอยู่แล้วยังต้องมาช่วยแม่ขายของทุกเย็น ๆ ชีวิตก็ไม่เป็นอิสระเหมือนเพื่อน พอมาวันหนึ่งดิฉันมองหน้าซึ่งใบหน้าของแม่บ่งบอกถึงอาการเหนื่อยมาก แต่แม่ก็เลือกที่จะไม่พูดว่าเหนื่อย มันทำให้ดิฉันคิดขึ้นมาได้ว่า ชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน หน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพื่อนบางคนเลิกเรียนไปไม่ต้องทำอะไร กลับบ้านไปนอน ทำงานบ้าน ทำการบ้าน แค่นั้น เพราะพ่อกับแม่เขาไม่ได้มีอาชีพค้าขาย หลังจากนั้นมาดิฉันจึงไม่เคยคิดน้อยใจตัวเองอีกเลย เพราะถือว่าการได้ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับพ่อแม่ถือเป็นสิ่งที่ดี และถือเป็นสิ่งที่ลูกทุกคนต้องปฏิบัติ  ดิฉันภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่ค้า เพราะสิ่งที่ได้กลับคืนมามันคุ้มมาก  ปัจจุบันดิฉันก็ได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ สาขาการประถมศึกษาที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต นี่ถือเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวที่ดิฉันสามารถเข้ามาศึกษาต่อในคณะที่ตัวเองและครอบครัวชอบ การได้เรียนรู้สิ่งต่างๆในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งจากอาจารย์ จากเพื่อนๆ ทำให้ดิฉันได้ทั้งความรู้และประสบการณ์ในการดำรงชีวิต  การมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่วุ่นวายแห่งนี้ การที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาตามลำพัง มันทำให้ชีวิตของดิฉันแกร่งขึ้น  

อนาคตของดิฉันคือการเรียนจบไปเป็นครู  ดิฉันตั้งใจไว้ว่าถ้าเลือกบรรจุได้ ดิฉันจะเลือกไปบรรจุที่โรงเรียนประถมที่ดิฉันจบมา จะกลับไปช่วยพัฒนาโรงเรียน ชุมชนหมู่บ้านของดิฉันเอง  ดิฉันจะตั้งใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ ให้ได้มากที่สุด  อนาคตไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แค่ทำทุกๆวันให้ดีที่สุดก็พอ
 
 
 
นางสาวรัตน์มิกา  จูมสูงเนิน รหัส 55113400175  ตอนเรียน D1